คนไทยยังเสี่ยงตาย!!'พิษภัยแร่ใยหิน'ร้ายแรงถึงขั้น'มะเร็ง'

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คนไทยยังเสี่ยงตาย!!'พิษภัยแร่ใยหิน'ร้ายแรงถึงขั้น'มะเร็ง'

ตั้งหัวข้อ  drapichart on Sun Nov 21, 2010 3:17 pm

คนไทยยังเสี่ยงตาย!!'พิษภัยแร่ใยหิน'ร้ายแรงถึงขั้น'มะเร็ง'

"มีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนว่า การสัมผัสกับแร่ใยหินอาจก่อให้เกิดมะเร็งและโรคปอด"...นี่เป็นส่วนหนึ่งจากเอกสารโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การควบคุมสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน และมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการประชุมดังกล่าวนี้จะจัดในวันที่ 25 พ.ย. นี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จะเป็นเรื่อง "ภัยแร่ใยหิน" สำหรับคนไทย

โดยเฉพาะมาตรการป้องกันภัยของคนไทย!!

ทั้งนี้ จากเอกสารเกี่ยวกับพิษภัยของแร่ใยหิน ของ คคส. ว่าไว้ว่า...แร่ใยหิน หรือ แอสเบสตอส หมายถึงกลุ่มของแร่อนินทรีย์ที่เกิดตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นเส้นใย แข็งแรง ยืด หยุ่น ทนทานความร้อนได้ดี ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังมีการอนุญาตให้ใช้ แร่ใยหินชนิดไครโซไทล์ แร่ใยหินชนิดหนึ่งในกลุ่มแร่ใย หินสีขาว เป็นองค์ประกอบของสินค้าชนิดต่าง ๆ ซึ่งทั้งผู้เกี่ยวข้องในการผลิต-การก่อสร้าง ผู้ประกอบกิจการทำลายวัสดุที่มีแร่ใยหิน รวมถึงประชาชนทั่วไป มีโอกาสได้รับอันตราย หากไม่ได้ทราบถึงอันตรายและมาตรการป้องกันตนเอง

การใช้แร่ดังกล่าวนี้ในปัจจุบัน ร้อยละ 90 ใช้ในสินค้าวัสดุก่อสร้าง ท่อซีเมนต์ กระเบื้องมุงหลังคา ร้อยละ 8 เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผ้าเบรกและคลัตช์ และร้อยละ 2 เกี่ยวกับกระเบื้องปูพื้น วัสดุกันความร้อน-ทนไฟ

ว่ากันถึงอันตรายจากแร่ใยหิน ผลจากการที่อนุภาคของแร่ใยหินสามารถฟุ้งกระจายสู่ปอด อันตรายที่จะเกิดขึ้นคือทำให้เกิด โรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปอด ได้แก่...1. โรคปอดอักเสบ จาก แอสเบสตอส หรือแอสเบสโตซิส ทำให้เกิดความผิดปกติต่อเยื่อพังผืดของปอด นำไปสู่ความผิดปกติของปอดในที่สุด 2. โรคมะเร็ง ปอด ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก ถ้าผู้สัมผัสสูบบุหรี่ร่วมด้วย 3. โรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด เมโสเทลิโอมา นี่เป็นโรคที่มีสาเหตุจากแร่ใยหินอย่างเจาะจง โดยพบว่าโรคมะเร็งชนิดนี้มีสาเหตุมาจากแร่ใยหินเท่านั้น

ในเอกสารของ คคส. ระบุว่า...ในประเทศไทยเริ่มพบ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด เมโสเทลิโอมา โรคที่มีสาเหตุจากแร่ใยหินอย่างเจาะจง ในเดือน ส.ค. 2550 ซึ่งในที่สุดผู้ป่วยก็ เสียชีวิต ในวันที่ 4 ม.ค. 2551 ขณะอายุ 75 ปี โดยผู้ป่วยมีประวัติ การทำงานคือ ทำงานในแผนกหินสำลีเพื่อผลิตกระเบื้องหลังคา เป็นเวลา 24 ปี ทั้งนี้ การที่พบผู้ป่วยหลังสัมผัสแร่ใยหินเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าโรคจากแร่ใยหินสามารถป้องกันได้ไม่ยาก แม้ว่ามะเร็งและโรคปอดจากแร่ใยหินจะมีโอกาสพบมากในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้รับสัมผัส เช่น คนงานในโรงงานผลิตสินค้าที่มีแร่ใยหิน โรงงานต่อเรือ ช่างก่อสร้าง หรือคนงานทุบทำลาย ตึกอาคาร

จริง ๆ แล้ว โรคจากแร่ใยหินป้องกันได้ยาก โดยการ แตกกระจายของอนุภาคแร่ใยหินที่ฟุ้งกระจายสู่ปอดนั้น เกิดจาก การเลื่อย ตัด ทุบกระเบื้อง-ฝ้า-วัสดุที่มีแร่ใยหิน ซึ่งการทุบ ทำลายอาคารสามารถทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของอนุภาคของแร่ ใยหิน แล้วอันตรายจากโรคมะเร็ง-โรคปอดก็อาจเกิดกับผู้ทุบทำลาย ตลอดจนผู้ที่ทำการขนส่งนำขยะที่มีแร่ใยหินไปทิ้ง หรือผู้ที่ผ่านไป มาและรับสัมผัส

จากอันตรายของแร่ใยหิน ได้มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินแล้วราว 47 ประเทศ เช่น อังกฤษ ประเทศในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อาร์เจนตินา ชิลี อียิปต์ คูเวต ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ อุรุกวัย เกาหลี และมีการจำกัดการใช้อย่างเข้ม งวดในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา รวมถึงหลาย ประเทศได้มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารเก่าที่มีการ ใช้วัสดุแร่ใยหินอย่างเคร่งครัด ขณะที่ องค์การอนามัยโลก องค์กร แรงงานระหว่างประเทศ และองค์กรนานาชาติด้านการวิจัยโรคมะเร็ง ด้านพิษวิทยา และสิ่งแวดล้อม ต่างก็สนับสนุนการยกเลิกการใช้แร่ ใยหินทุกชนิด

กล่าวสำหรับประเทศไทย คคส. ระบุไว้ว่า...ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ กำหนดให้มีคำเตือน ในสินค้าที่มีแร่ใยหินเป็นองค์ประกอบ โดยต้องระบุคำเตือนดังนี้คือ "ระวังอันตราย ผลิตภัณฑ์นี้มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ การได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกายอาจก่อให้เกิดมะเร็งและโรคปอด" ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 2553 แต่ในการปฏิบัติตามข้อกฎหมายดูจะยังไม่เป็นไปอย่างเข้มงวด ขณะที่การใช้สารอื่นทดแทนแร่ใยหิน ซึ่งก็มีหลายอย่าง ก็ยังไม่เป็นไปอย่างแพร่หลาย

ทั้งนี้ โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การควบคุมสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน และมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 25 พ.ย. 2553 ก็สะท้อนถึงปัญหา "ภัยจากแร่ใยหินของคนไทย" ที่ยังคงดำรงอยู่ ซึ่งผู้ที่ต้องสัมผัส หรือ ผู้ต้องเสี่ยงกับภัยนี้ หลายคนอาจเลี่ยงไม่ได้ เช่น เพราะเป็นลูกจ้าง นายจ้างสั่งทำงานก็จำเป็นต้องทำ แม้จะไม่มีการป้องกันภัยที่ดีพอ หรือหลายคนอาจจะยังไม่รู้ถึงภัยนี้ ?

"ภัยแร่ใยหิน" เป็นอีกหนึ่งภัยที่คนไทยยังต้องเสี่ยง

"โรคปอด-มะเร็ง" ไม่ใช่แค่โรคพื้น ๆ ที่ไม่ร้ายแรง

การรู้เท่าทัน-ป้องกันภัยด้วยกฎหมาย...จึงสำคัญ!!.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=377343&ch=pl1
avatar
drapichart
Admin

จำนวนข้อความ : 58
Join date : 27/01/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ